Thu09202018

Last update09:18:19 AM

Back You are here: Home รถใหม่ PLUG-IN HYBRID PORSCHE 918 SPYDER

รถใหม่

PLUG-IN HYBRID PORSCHE 918 SPYDER

เร็วกว่า Carrera GT และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมพอกันกับ Toyota Prius นี่คือซุปเปอร์คาร์พลังไฮบริดสมรรถนะหลุดโลก 880 แรงม้า Porsche 918 Spyder...

Porsche 918 Spyder คือรถที่ผสมผสานและรวบรวมแนวคิดของความเป็นแบรนด์รถสปอร์ตชั้นนำ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเมื่อโครงการผลิตรถสปอร์ตพลังงานผสมเริ่มดำเนินการ มันถูกปรับแต่งและดัดแปลงให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นก่อนผลิตออกขายจริง โอเวอร์แฮงค์ท้ายรถถูกเพิ่มเพื่อเสถียรภาพของการทรงตัว แบตเตอรี่ถูกจัดวางให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำลงอีก การกระจายน้ำหนักดีขึ้นที่ 43:57 ระบบอากาศพลศาสตร์แบบสามระดับออกแบบให้สามารถสร้างแรงกดตลอดทุกช่วงความเร็ว การกำจัดแรงยกตัวให้เหลือน้อยที่สุด สปอยเลอร์หลังยืดออกและปรับตัวเองด้วยไฮดรอลิก การไหลของอากาศถูกควบคุมผ่านพัดลมคู่ที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับบานเกล็ดหม้อน้ำ เทคโนโลยีของรถแข่งกับความสามารถของการใช้งานในชีวิตประจำวัน ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์กับอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยที่สุด ในกลุ่มซุปเปอร์คาร์ งานของทีมพัฒนาคือการสร้างรถซุปเปอร์สปอร์ตเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีกำลัง มหาศาล ด้วยประสิทธิภาพแห่งอนาคตบนระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ เริ่มต้นจากการร่างไอเดียลงบนกระดาษเพื่อให้ทีมงานสร้างแนวคิดที่ล้ำหน้า ขึ้นมาให้เป็นจริง เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนผ่านระบบไฮบริด ทำให้ 918 Spyder กลายเป็นรถเครื่องยนต์ไฮบริดที่เหนือชั้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นการพัฒนาประสิทธิภาพควบคู่ไปกับพลังเครื่องยนต์ และนี่คือแนวคิดในการสร้าง Porsche 911 รถสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกมากกว่า 50 ปี โดยภาพรวมแล้ว 918 Spyder คือตัวแทนของรถสปอร์ตจาก Porsche สำหรับโลกแห่งอนาคตนั่นเอง


918 Spyder เผยให้เห็นถึงการเชื่อมโยงเข้าสู่มอเตอร์สปอร์ตในหลายๆ ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การพัฒนา การทำงานร่วมกันระหว่างวิศวกรที่สร้างรถแข่ง Porsche และผู้เชี่ยวชาญในการผลิตรถ เป็นต้น แนวคิดการพัฒนารถแข่งPorsche สำหรับรายการการแข่งขัน Le Mans ในปี 2013 ถูกรวบรวมและบูรณาการในการสร้าง Porsche 918 Spyder แนวคิดโครงสร้างของ 918 ต้องมาพร้อมกับตัวถังที่สมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์แบบ V8 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง LMP2 RS Spyder ของ Porsche ที่เคยประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการใช้โครงสร้างที่แข็ง แกร่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากการคัดเลือกวัสดุที่มีน้ำหนักเบา แรงบันดาลใจนี้จึงถูกมาใช้ในการสร้าง 918 Spyder ชิ้นส่วนของรถซุปเปอร์สปอร์ตคันนี้ มาจากโรงงานผลิตที่ได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับรถแข่ง


การขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ไฮบริด นำมาซึ่งประโยชน์ของความคล่องตัวในการขับขี่
แนว คิดสำคัญของ 918 Spyder คือการขับเคลื่อนโดยเครื่องยนต์ไฮบริดจาก Porsche ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสถึงความโดดเด่นของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric motor) บนเพลาหลัง โดยมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric motor) ตัวที่สองบนเพลาหน้า ซึ่งเป็นแนวคิดของเครื่องยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในรถ 911 GT3 R Hybrid รถคันนี้ยังเสริมด้วยประสิทธิภาพในการแยกการควบคุมระบบขับเคลื่อนทางด้าน หน้า ด้วยกลยุทธ์การขับเคลื่อนใหม่ที่ส่งผลให้มีความเร็วสูงขึ้น และปลอดภัยเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็ว กลยุทธ์การ “boost” เครื่องยนต์ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดการพลังงานจากการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เพื่อได้มาซึ่งอัตราเร่งที่ดีที่สุด และพละกำลังเครื่องยนต์แบบเต็มพิกัดของ 918 Spyder ถูกปลดปล่อยได้อย่างง่ายดายเพียงแค่กดคันเร่งลงอย่างเต็มที่ โดยรวมแล้ว Spyder Hybrid จะทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความเป็นมอเตอร์สปอร์ตและความคล่องตัวของรถที่ มีความเหนือชั้น


Porsche 918 Spyder สร้างสถิติใหม่ด้วยเวลารอบสนามแข่ง Nürburgring North Loop ต่ำเพียง 7:14 วินาที ซึ่งเป็นเวลาต่อรอบสนามที่สามารถทำได้ระหว่างการขับทดสอบตัวรถที่กระทำกันใน เดือนกันยายนของปี 2012 ที่ผ่านมา เป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่สายการผลิตจะเริ่มต้นขึ้น รถต้นแบบ Porsche 918 Spyder แบบรถ Prototype เป็นรถที่ทำเวลารอบสนามได้เร็วกว่า Porsche รุ่น Carrera GT ถึง 20 วินาทีเลยทีเดียว รถยนต์ไฮบริดแบบ plug-in คันนี้คือการผสมผสานประสิทธิภาพความเร็วและความคล่องตัวเหมือนกับรถแข่งทุก ประการ โดยมีกำลังสูงสุดถึง 880 แรงม้า แต่มีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงที่ต่ำ โดยมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าดียิ่งกว่ารถเล็กทั่วไปในปัจจุบันอีกด้วย สรุปแล้วรถคันนี้คือตัวแทนของการขับขี่ที่มอบความสนุกพร้อมกับการบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิงเพียงน้อยนิด


Carbon monocoque คือการรับประกันการออกแบบที่ใช้น้ำหนักเบาและมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ
Porsche 918 Spyder ใช้เทคโนโลยีชั้นนำที่ดีที่สุด นวัตกรรมบางอย่างถูกนำมาจากรถแข่งเพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพของรถ โครงสร้างทำจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Carbon fibre reinforced polymer (CFRP) เพื่อความแข็งแกร่งคงทนต่อแรงบิดที่เข้ามากระทำได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ชิ้นส่วนเพิ่มเติมได้รับการติดตั้งเพื่อรองรับแรงกระแทกทางด้านหน้าและด้าน หลัง รวมไปถึงสามารถลดแรงจากการปะทะน้ำหนักโดยรวมของ Spyder อยู่ที่ประมาณ 1,640 กิโลกรัม (“Weissach" package) ซึ่งถือว่าเป็นรถที่น้ำหนักน้อยมากสำหรับรถคลาสเดียวกัน ชิ้นส่วนของรถมีน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม ได้รับการติดตั้งให้ต่ำและอยู่ตรงกลางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลลัพธ์ที่ได้คือการกระจาย axle load dis-tribution ไปด้านหลัง 57% และด้านหน้าอยู่ที่ 43% ผสมผสานเข้ากับจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ต่ำ ทำให้รถมีความคล่องตัวสูงในการขับเคลื่อน การติดตั้งแบตเตอรี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำและอยู่ตรงกลางทางด้านหลังคนขับ ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำมากยิ่งขึ้น และทำให้ได้มาซึ่งอุณหภูมิที่เหมาะสมและทำให้แบตเตอรี่ส่งพลังได้ดีอีกด้วย


ตัวถังที่มาพร้อมกับสายพันธุ์ความเป็นรถแข่ง และมาพร้อมกับระบบ Rear-axle steering
ตัว ถังแบบ multi-link chassis ของ Porsche 918 Spyder ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบที่ใช้ในรถมอเตอร์สปอร์ตทำงานร่วมกับระบบ ที่ได้สร้างความสมบูรณ์แบบให้กับรถมากขึ้น อาทิ ระบบการจัดการช่วงล่างอย่าง PASM adaptive shock-absorber system และระบบ rear-axle steering พื้นฐานการทำงานคือการทำงานร่วมกันระหว่างการปรับเปลี่ยน electro-mechanical adjustment system ที่เพลาหลังแต่ละข้าง การปรับเปลี่ยนมีความเร็วสูงและทำการปรับเปลี่ยนองศาบังคับเลี้ยวกว่า 3 องศาในแต่ละทิศทาง เพลาหลังสามารถหมุนไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้าหรือไปในทิศทางที่ตรงกัน ข้ามได้เมื่ออยู่ในความเร็วต่ำ ระบบจะทำการหมุนล้อหลังไปในทิศทางตรงกันข้ามกับล้อหน้า เพื่อให้การเลี้ยวนั้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำ รวมไปถึงการลดระดับของวงเลี้ยวให้น้อยลงเมื่ออยู่ในความเร็วสูง ระบบจะทำการหมุนล้อหลังไปในทิศทางเดียวกันกับล้อหน้า เพื่อรักษาความเสถียรของรถทางด้านหลังเมื่อทำการเปลี่ยนช่องวิ่งด้วยความรวด เร็ว ผลลัพธ์ที่ได้คือการรักษาเสถียรภาพที่มีความมั่นคงและปลอดภัย


ระบบ Porsche Active Aerodynamic (PAA) เพื่อโหมดการขับขี่ที่แตกต่าง
ระบบ Porsche Active Aerodynamic (PAA) คือระบบที่ใช้ปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนให้อยู่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อให้แน่ใจว่ารถมีความสมดุลที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยโหมดการปรับเปลี่ยนนี้จะทำการปรับเปลี่ยนอัตโนมัติถึง 3 โหมดด้วยกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งแรงกดบนตัวรถที่สูงสุดและเหมาะสมกับการขับขี่ด้วยระบบขับ เคลื่อนแบบไฮบริด เมื่ออยู่ในโหมด “Race” ปีกรถที่พับเก็บได้ทางด้านหลังจะถูกตั้งค่าให้อยู่ในองศาที่สูงชัน เพื่อการสร้างแรงกดบนตัวรถที่มากขึ้นทางด้านหลัง สปอยเลอร์ที่อยู่ระหว่างปีกทั้งสองทางด้านหลังได้รับการขยายออกมาด้วย ไม่เพียงเท่านี้ผนังอากาศทางด้านใต้รถจะเปิดทางด้านเพลาหน้า และทำการส่งอากาศเข้าสู่ช่องทางการกระจายอากาศของโครงสร้างใต้ท้องรถ เพื่อให้ได้มาซึ่ง “ground effect" ทางด้านเพลาหน้าอีกด้วย


เมื่อ อยู่ในโหมด “Sport" ระบบการควบคุมตามหลักอากาศพลศาสตร์ (aerodynamic control system) จะทำการลดองศาการปะทะที่ปีกหลัง เพื่อให้ได้มาซึ่งความเร็วที่มากขึ้น สปอยเลอร์ยังคงทำการขยายอย่างต่อเนื่อง แผ่นป้องกัน Aerodynamic flaps ที่อยู่ใต้ท้องรถจะปิดเพื่อลดแรงกระชากและเพิ่มความเร็วของรถ และเมื่ออยู่ในโหมด “E” ระบบจะทำการควบคุมทำให้มั่นใจว่าแรงกระชากตามอากาศพลศาสตร์นั้นต่ำ ปีกและสปอยเลอร์หลังจะถูกพับเก็บ และแผ่นป้องกันลมใต้ท้องรถจะถูกปิดไว้ด้วยเช่นกัน


ช่อง ทางอากาศเข้าของลิ้นไอดีสามารถปรับเปลี่ยนได้และถูกติดตั้งอยู่ใต้ไฟหน้าคือ อีกหนึ่งชิ้นส่วนของระบบ adaptive aerodynamic system เมื่อรถหยุดนิ่งและอยู่ในโหมดขับขี่แบบ “Race" และ “Sport" ช่องทางอากาศเข้านี้จะเปิดเพื่อทำการดักอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้มากขึ้น เมื่ออยู่ในโหมด “E-Power" และโหมด “Hybrid” ช่องทางอากาศเข้านี้จะปิดทันทีหลังจากรถเคลื่อนตัวเพื่อลดแรงต้านอากาศให้ น้อยที่สุด และจะไม่เปิดจนกว่ารถจะวิ่งเข้าสู่ความเร็วประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือเมื่อรถต้องการความเย็นของอากาศมากขึ้น


การเตรียมความพร้อมในการแข่ง: 5 โหมดสำหรับมอเตอร์ 3 ตัว
แนว คิดที่สำคัญของ Porsche 918 Spyder คือการกระจายกำลังเครื่องยนต์เข้าสู่หน่วยกำลังเครื่องยนต์ 3 หน่วย และการทำงานร่วมกันจะถูกควบคุมโดยระบบการจัดการแบบอัจฉริยะอย่าง intelligent management system ผู้ทำการพัฒนา Porsche ได้ทำการพัฒนาโหมดการทำงานขึ้นมา 5 โหมดและสามารถเปิดการใช้งานผ่าน “map switch" บนพวงมาลัย เหมือนกับรถมอเตอร์สปอร์ต และวิธีการพื้นฐานก่อนการเลือกใช้งานโหมดต่างๆ นั้น Porsche 918 Spyder จะทำการเลือกและทำงาน รวมไปถึงกลยุทธ์การ Boost เครื่องยนต์ที่เหมาะสมต่อการขับขี่มากที่สุด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมุ่งความสนใจเข้าสู่ท้องถนนได้อย่างเต็มที่


เมื่อ สตาร์ตรถ โหมด “E-Power" จะถูกเรียกใช้งานจนกว่าแบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จอย่างเหมาะสม และหากแบตเตอรี่ได้รับการชาร์จแล้วนั้น 918 Spyder สามารถวิ่งได้ไกลถึง 30 กิโลเมตร โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายในเวลาเพียงแค่ 7 วินาที และสามารถเข้าสู่ความเร็วสูงสุดที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เมื่ออยู่ในโหมดนี้เครื่องยนต์จะถูกใช้เมื่อต้องการเท่านั้น ถ้าหากแบตเตอรี่ที่ได้รับการชาร์จนั้นต่ำกว่าที่ตั้งค่าไว้ รถจะปรับเข้าสู่โหมดไฮบริดโดยอัตโนมัติ โหมด “Hybrid" มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์เผาไหม้จะทำงานสลับกันไปเพื่อให้ได้มาซึ่งการ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเต็มประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบและฟังก์ชั่นในการขับขี่จะเกิดขึ้นตามสถานการณ์การ ขับขี่ในขณะนั้น โหมด “Hybrid" จะเหมาะสำหรับการขับขี่ที่ต้องการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลักนั่นเอง เมื่อต้องการความเร็วและความคล่องตัวมากขึ้นใน 918 Spyder ให้ทำการเลือกโหมด “Sport Hybrid" เพื่อพละกำลังเครื่องยนต์ที่มากขึ้น เครื่องยนต์ V8 จะทำงานอย่างต่อเนื่องและเป็นแหล่งพลังงานของระบบไฮบริด มอเตอร์ไฟฟ้ายังช่วยสนับสนุนในรูปแบบ electric boosting การขับขี่ในโหมดนี้จะเน้นในเรื่องของการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพแบบสปอร์ตขณะ ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง


เพื่อรอบสนามที่เร็วที่สุด: “Race Hybrid"
“Race Hybrid" คือโหมดที่ให้ประสิทธิภาพมากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในรูปแบบการ ขับขี่แบบสปอร์ต เครื่องยนต์เผาไหม้จะถูกใช้งาน และทำการชาร์จแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้าให้การสนับสนุนพละกำลังเครื่องยนต์มากขึ้นในรูปแบบ boosting โปรแกรมการเปลี่ยนเกียร์ของระบบเกียร์อัตโนมัติ PDK ได้รับการตั้งค่าให้มีความคล่องตัวและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น มอเตอร์ไฟฟ้าจะถูกใช้เพื่อให้ได้พละกำลังเครื่องยนต์ที่ถูกขับออกมาสูงสุด และเพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพการขับขี่บนสนามแข่งที่มากที่สุดเท่าที่จะ ทำได้อีกด้วย ในโหมดนี้สถานะของการชาร์จแบตเตอรี่จะไม่คงที่ ค่อนข้างจะมีความผันผวน แตกต่างกับโหมด Sport Hybrid ที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานเพื่อให้ได้แรงขับของกำลังเครื่องยนต์ที่มากที่สุดใน ระยะเวลาสั้นเพื่อการ Boosting ที่ดียิ่งขึ้น กำลังเครื่องยนต์ V8 ที่ถูกขับออกมาจะมีความสมดุลโดยเครื่องยนต์จะทำการชาร์จแบตเตอรี่ได้มากยิ่ง ขึ้น พลังงานไฟฟ้ายังพร้อมให้เรียกใช้งานในการวิ่งรอบสนามที่รวดเร็ว ด้วย ปุ่ม “Hot Lap" ใน Map switch คือการปล่อยพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ถูกเก็บไว้ของ 918 Spyder ให้ออกมา และสามารถใช้งานได้เมื่ออยู่ในโหมด “Race Hybrid" โหมดนี้จะเหมือนกับโหมด qualification mode ที่จะผลักดันให้แบตเตอรี่ส่งกำลังขับสูงสุดออกมาใช้ในรอบสนามที่รวดเร็วไม่ กี่สนาม โดยในโหมดนี้จะใช้พลังงานที่มีอยู่ในแบตเตอรี่ทั้งหมด


แรงขับหลัก: เครื่องยนต์ 8 สูบของรถแข่ง
แหล่ง พละกำลังเครื่องยนต์หลักได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 4.6 ลิตร 8 สูบ แบบ V8 ที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 613 แรงม้า เครื่องยนต์จะทำการส่งถ่ายพละกำลังออกมาโดยตรง การสร้างเครื่องยนต์ตัวนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการพัฒนาหน่วยกำลังของ เครื่องยนต์ที่ใช้ในรุ่น RS Spyder เครื่องสามารถเร่งความเร็วสูงสุดถึง 9,150 รอบต่อนาที หน่วยกำลังของเครื่องยนต์มีคุณลักษณะเด่นด้วยระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์แบบ อ่างแห้ง (dry-sump lubrication) มันคือการแยกถังน้ำมันและการสกัดน้ำมันออกจากกัน เพื่อลดน้ำหนักรถให้มากขึ้น ส่วนประกอบของรถ อาทิ ถังน้ำมัน กล่องตัวกรองอากาศ ได้ถูกปรับแต่งเข้ากับ Subframe และตัวบรรจุอากาศนั้นทำจากคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Carbon fibre reinforced polymer รถคันนี้ยังมีองค์ประกอบอีกหลายชิ้นส่วนที่ถูกออกแบบโดยเน้นน้ำหนักเบา เช่น ก้านสูบแบบไทเทเนี่ยม อ่างน้ำมันเครื่องและหัวสูบที่ได้รับการหล่อด้วยแรงดันต่ำ เพลาข้อเหวี่ยงที่ทำจากเหล็กน้ำหนักเบา เครื่องยนต์ V8 ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความเหนือชั้นนี้ได้กำจัดระบบช่วยเหลือต่างๆ ที่ไม่จำเป็นออกไป การขับด้วยสายพานซึ่งไม่มีในเครื่องยนต์ตัวนี้อีกแล้ว ส่งผลให้เครื่องยนต์มีความกะทัดรัดมากยิ่งขึ้น ด้วยน้ำหนักที่เบาและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ส่งผลให้กำลังเครื่องยนต์ต่อลิตรสูงถึงประมาณ 132 แรงม้าต่อลิตร กลายเป็นกำลังขับของเครื่องยนต์ต่อลิตรที่สูงที่สุดจาก Porsche โดยในรุ่น Carrera GT นั้นอยู่ที่ 106 แรงม้าต่อลิตร


การออกแบบที่เน้นตำนานความเป็นรถแข่ง
เสียง ที่ถูกส่งออกมาจากเครื่องยนต์ของ 918 ต้องสร้างความตื่นเต้นและความสุนทรีย์ทางอารมณ์ให้กับผู้ขับขี่ ปลายท่อที่ติดตั้งอยู่ด้านบนของตัวรถนั้นคืออีกองค์ประกอบแรกที่สร้างเสียง ทรงพลังของรถคันนี้ให้ถูกส่งออกมา ปลายท่อถูกติดตั้งอยู่เหนือเครื่องยนต์ทางด้านหลังรถ โดยที่ยังไม่เคยมีรถในสายการผลิตคันไหนที่ใช้วิธีการแบบนี้ การติดตั้งปลายท่อให้อยู่ด้านบนของตัวรถ ส่งผลให้รถได้รับประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมในการขจัดความร้อน ก๊าซไอเสียจะถูกปล่อยออกมาผ่านช่องทางที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แรงดันของก๊าซไอเสียนั้นยังคงอยู่ในระดับต่ำ การออกแบบในลักษณะนี้ได้ใช้แนวคิดช่องทางอุณหพลศาสตร์ของอากาศแบบใหม่ ด้วยเครื่องยนต์ HIS ทำให้ข้างที่ร้อนนั้นถูกติดตั้งอยู่ภายในลูกสูบ V และช่องท่อไอเสียอยู่ด้านนอก อีกหนึ่งคุณลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อรถคือห้องเครื่องยนต์จะคงความเย็นได้ มากขึ้น และเป็นผลดีต่อแบตเตอรี่แบบ lithium-ion traction battery ทำให้รถมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมที่อุณหภูมิระหว่าง 20-40 องศาเซลเซียส พลังงานที่จะใช้ในการหล่อเย็นแบตเตอรี่จึงน้อยลงตามไปด้วย


ทำงานควบคู่กันในระบบขับเคลื่อน: โมดูลไฮบริด
Porsche 918 Spyder ถูกออกแบบให้มีเครื่องยนต์ลูกผสมไฮบริดแบบ Parallel hybrid เหมือนที่ใช้กันอยู่ในรุ่นไฮบริดของ Porsche ในปัจจุบัน ทำให้เครื่องยนต์ V8 ตัวนี้ทำงานควบคู่ไปกับโมดูลไฮบริด โมดูลไฮบริดประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 115 กิโลวัตต์และ Decoupler ที่ทำการเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์เผาไหม้ ด้วยการที่รถออกมาในรูปแบบ Parallel hybrid ทำให้ 918 Spyder สามารถสร้างกำลังเครื่องยนต์ทางด้านเพลาหลังโดยเครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ไฟฟ้า หรือผสมผสานกันทั้งสองระบบ กำลังเครื่องยนต์ใน 918 Spyder จะเหมือนกับรถสปอร์ตของ Porsche ที่ถูกส่งออกมาจากทางด้านหน้าของเพลาหลัง และไม่มีการเชื่อมโยงทางกลไกโดยตรงต่อเพลาหน้า


กลับหัวเพื่อให้ได้มาซึ่งจุดศูนย์ถ่วงต่ำ: Doppelkupplung
ระบบ ส่งผ่านกำลังเครื่องยนต์แบบอัตโนมัติ 7 สปีดแบบคลัตช์คู่ Doppelkupplung (PDK) จะทำการส่งผ่านกำลังของเครื่องยนต์เข้าสู่เพลาหลัง การส่งผ่านกำลังเครื่องยนต์ที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพคือความสำเร็จของระบบ เกียร์อัตโนมัติ PDK เวอร์ชั่นสปอร์ต ที่ได้รับการออกแบบใหม่สำหรับติดตั้งใน 918 Spyder เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพที่มากกว่า แกนตามยาวของยูนิตเกียร์ถูกกลับหัวถึง 180 องศา แตกต่างจากรถ Porsche รุ่นอื่น และได้รับการติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำเพื่อให้ได้มาซึ่งจุดศูนย์ถ่วงของรถที่ ต่ำ หากเพลาหลังไม่ต้องการกำลังจากเครื่องยนต์ ระบบจะจัดการให้มอเตอร์ทั้งสองสามารถแยกจากกันโดยการเปิด Decoupler และคลัตช์ของ PDK นี่คือการทำงานตามแบบฉบับเดียวกันกับฟังก์ชั่น Coasting ในระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดของ Porsche ที่ทำงานเมื่อเครื่องยนต์แบบเผาไหม้นั้นปิดการทำงานลง


ระบบขับเคลื่อนแบบ Independent all-wheel drive: เพลาด้านหน้าที่มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
เพลา หน้ามีมอเตอร์ไฟฟ้าอีกหนึ่งตัวที่ติดตั้งอยู่และสร้างกำลังขับเคลื่อนอยู่ ที่ 95 กิโลวัตต์ การขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าทางด้านหน้าขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยอัตราคงที่ Decoupler จะทำการแยกมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่ออยู่ในความเร็วสูงเพื่อป้องกันไม่ให้มอเตอร์ over-revving แรงบิดได้รับการควบคุมให้เป็นอิสระสำหรับเพลาแต่ละข้าง ส่งผลให้เกิดการตอบสนองได้ดีเยี่ยมสำหรับการขับเคลื่อนแบบสี่ล้อ และส่งผลไปถึงการยึดเกาะผิวถนน รวมถึงยังมีการขับเคลื่อนที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น


แบตเตอรี่ในรูปแบบ Lithium-ion battery ที่มาพร้อมกับระบบชาร์จ plug-in charging system
พลัง ไฟฟ้าสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าถูกจัดเก็บโดยแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion battery) ที่ระบายความร้อนด้วยน้ำยา บรรจุเซลล์แบตเตอรี่จำนวน 312 เซลล์ เก็บพลังงานได้ 7 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่ Lithium-ion ของ 918 Spyder ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเน้นประสิทธิภาพทั้งในเรื่องของการชาร์จพลังงานและการ ขับกำลังเครื่องยนต์ ความจุกำลังเครื่องยนต์และระยะเวลาของการใช้งานของแบตเตอรี่ lithium-ion traction ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ รวมไปถึงสภาวะความร้อนและสภาพการใช้งาน คือเหตุผลที่แบตเตอรี่ของ 918 Spyder ใช้น้ำยาในการหล่อเย็นโดยวงจรการหล่อเย็น การรับประกันแบตเตอรี่แบบทั่วโลกยาวนาน 7 ปี

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

Reviews

Review Nissan Sylphy 2012

Review Nissan Sylphy 2012

มาแล้วจ้า วันนี้ AutoZeed! ได้มีโอกาสจัดทำรีวิว (review) รถยนต์ NISSAN Sylphy 2012 (นิสสัน ซิลฟี 2012) มีทั้งการ Test Drive..